Friday, November 28, 2014
/ Login 
You are here : article
 

Current Articles | Categories | Search | Syndication

คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
             เมื่อหลายวันก่อนได้เจอะเจอกับพรรคพวกร่วมสายงาน SHE ที่เข้ามาอบรมหลักสูตร “คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน” หรือเรียกย่อๆว่า คปอ. จึงสอบถามว่าทำไมต้องเข้าอบรมหลักสูตรนี้ เขาเป็นคปอ.ของหน่วยงานใด?   ได้ความว่าพี่ท่านได้รับเมลล์แจ้งจากสำนัก SHE ของ CPF (ซึ่งน้องเขาก็แจ้งประชาสัมพันธ์หลักสูตรต่างๆ ตามปกติ) จึงเข้าอบรมโดยไม่ทราบที่มาที่ไปของหลักสูตร...ว่าเรียนไปทำไม? หรือทำไมต้องมาเรียน? เรื่องนี้ผมเคยนำเสนอไปครั้งนึงแล้ว ในบทความเกี่ยวกับจป.(ถ้ายังจำได้) วันนี้เลยถือโอกาสอธิบายเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ที่ยังสับสน ได้รับทราบขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติในการแต่งตั้งคปอ. เพื่อที่จะได้นำไปดำเนินการได้อย่างถูกต้องต่อไป (โดยเฉพาะบางหน่วยงานในสายงานเลี้ยงสัตว์ ที่ยังไม่ได้แต่งตั้ง คปอ. ได้แก่  ธุรกิจสุกร ธุรกิจไก่-เป็ด ธุรกิจครบวงจรภูมิภาค และธุรกิจฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ )
 “คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน” มีที่มาจากกฎหมายฉบับหนึ่งเป็น  “กฎกระทรวง”   เรื่อง  กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย  อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2549  ลงวันที่ 16 พ.ค. 2549 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้วันที่ 21 มิ.ย. 2549 (โดยกฎกระทรวงนี้อาศัยอำนาจตาม ม.6 และ ม.103 แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยเนื้อหาสาระของกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ได้มีการกำหนดให้มีการแต่งตั้ง  “คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ในสถานประกอบกิจการ โดยองค์ประกอบและจำนวนคณะกรรมการฯ นั้น ให้พิจารณาจากจำนวน จำนวนลูกจ้าง  เป็นเกณฑ์ (ดังตารางที่ 1)
ตารางที่ 1 :  แสดงองค์ประกอบของคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ที่มา : คู่มือการฝึกอบรม หลักสูตรคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

            กระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน   หรือ คปอ. นั้น ถูกกำหนดโดย ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งกรรมการผู้แทนลูกจ้าง ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2549   ซึ่งจะต้องดำเนินการดังนี้
           1.ให้ทุกสถานประกอบการกิจการ พิจารณาจำนวนลูกจ้างของตนเองว่ามีจำนวนเท่าไร (นับรวมตั้งแต่ผู้จัดการหน่วยงานจนถึงคนงาน) ในกรณีที่มีหลายหน่วยงานตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ให้พิจารณาว่าสายการบังคับบัญชาหรืออำนาจสั่งการ มาจากผู้บริหารคนเดียวกันหรือไม่ ถ้าเป็นคนเดียวกันให้นับจำนวนลูกจ้างรวมกัน   เช่น ฟาร์มไก่ไข่กับศูนย์คัดไข่ที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกัน  มีผู้บริหารคนเดียวกันให้นับรวมกัน (ตัวอย่างเช่น ฟาร์มอุดรธานี)   แต่ถ้าฟาร์มไก่ไข่กับฟาร์มสุกร ที่มีผู้บริหารเป็นคนละคนกัน อย่างนี้ให้นับแยกกัน (ตัวอย่างเช่น  ฟาร์มวังทอง)
          2.เมื่อทราบจำนวนลูกจ้างแล้ว ให้พิจารณาว่าเราต้องมีจำนวนและองค์ประกอบของคปอ.อย่างไรบ้าง โดยพิจารณาจากตารางที่ 1 เช่น ถ้ามีลูกจ้างเกินห้าสิบคนแต่ไม่ถึงร้อยคน ก็ต้องมีคณะกรรมการฯ ห้าคน แบ่งเป็นประธานหรือผู้แทนนายจ้างระดับบริหารหนึ่งคน ผู้แทนนายจ้างระดับบังคับบัญชาหนึ่งคน ผู้แทนลูกจ้างสองคน (ผู้แทนลูกจ้างนี้ต้องไม่มีชื่อตำแหน่งเป็นระดับหัวหน้างาน ต้องเป็นพนักงานหรือคนงานเท่านั้น) และมีจป.เทคนิคขั้นสูงหรือจป.วิชาชีพอีกหนึ่งคนเป็นกรรมการและเลขานุการ   โดยเขาใช้หลักการของทวิภาคี กล่าวคือ จำนวนผู้แทนนายจ้าง (ระดับบริหารและระดับบังคับบัญชา) กับผู้แทนลูกจ้างต้องเท่ากัน ถ้าไปเพิ่มจำนวนผู้แทนนายจ้าง ต้องเพิ่มจำนวนผู้แทนลูกจ้างในสัดส่วนที่เท่ากัน     
          3.การได้มาซึ่ง คปอ. ในส่วนผู้แทนนายจ้างเขาให้ใช้วิธีการแต่งตั้ง จากผู้บังคับบัญชาและผู้บริหารของหน่วยงานนั้นๆ แต่ผู้แทนลูกจ้างให้ใช้วิธีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยมีขั้นตอนในการดำเนินงานดังนี้
                  3.1 ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประมาณว่าเป็น กกต.นั่นแหละ โดยมีหน้าที่จัดให้มีการเลือกตั้ง การลงคะแนน นับคะแนน ประกาศผลการเลือกตั้ง เป็นต้น โดยกกต.ชุดนี้ต้องไม่ใช่ผู้ที่ประสงค์จะลงรับเลือกตั้ง แต่มีสิทธิลงคะแนนได้  (ตามแบบฟอร์มที่ 1 : การแต่งตั้ง กกต ) 
                  3.2 กำหนดระเบียบการและประกาศกำหนดการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันรับสมัคร วันลงคะแนน สถานที่ลงคะแนน (ตามแบบฟอร์มที่2  : การเลือกตั้งคณะกรรมการ ) 
                  3.3 ให้ผู้สมัครกรอกรายละเอียดลงในใบสมัครรับเลือกตั้ง (ตามแบบฟอร์มที่ 5 : ใบสมัครรับเลือกตั้ง)
                  3.4 ดำเนินการเลือกตั้ง โดยประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และจัดการเลือกตั้งโดยการหย่อนบัตรลงคะแนน ตามวัน เวลาและสถานที่ที่กำหนด (โดยใช้แบบฟอร์มที่ 6 : บัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการ)
                  3.5 เมื่อนับคะแนนและประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ให้จัดทำประกาศแต่งตั้ง คปอ. โดยแต่งตั้งผู้แทนระดับบริหารและบังคับบัญชา รวมกับผู้แทนลูกจ้างที่ได้รับการเลือกตั้ง และปิดประกาศในหน่วยงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ (แบบฟอร์มที่ 3 : ประกาศแต่งตั้ง คปอ)
                  3.6 นำรายชื่อคปอ.ที่แต่งตั้งแล้ว ส่งให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประจำจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่  (ตามแบบฟอร์มที่ 4 : การนำส่ง คปอ)
          4.ที่นี้ก็มาถึงคิวของการอบรมละครับ โดยกฎหมายกำหนดให้ต้องส่ง คปอ.ที่ได้รับการแต่งตั้งแล้วเข้ารับการอบรมหลักสูตร “คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน” (คณะกรรมการฯ ทุกคนที่มีรายชื่อ) ภายในหกสิบวันนับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง จากหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนไว้ตาม ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอบรมคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2549  ซึ่งในหลักสูตรนี้ จะทำให้ทราบแนวทางในการบริหารงาน คปอ.ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน และบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคปอ. เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ มีการดำเนินงานด้านความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยในการทำงานนั่นเอง (รายละเอียดหาอ่านได้จาก คู่มือการฝึกอบรมหลักสูตรคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รูปด้านล่างจ๊ะ)
 

      คราวนี้หลายๆ  ท่านคงถึงบางอ้อแล้วนะครับว่า  จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป  ใครบ้างที่ต้องเข้ารับการอบรม  ส่วนจะอบรมที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ก็เชิญว่ากันตามสะดวกเลยครับ แต่ที่สำคัญเราต้องรีบกลับไปสำรวจหน่วยงานที่เราดูแลอยู่ก่อนนะครับ ว่าจำนวนลูกจ้างเข้าข่ายบังคับของกฎหมายหรือเปล่า ถ้าเข้าข่ายก็รีบดำเนินการตาม Step ที่ผมแนะนำไว้ได้เลยนะครับท่าน SHE Leader  และ SHE Officer ทั้งหลาย
 
....................................................................
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวง  เรื่อง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2549
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการผู้แทนลูกจ้าง ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2549
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอบรม คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2549 
- คู่มือการฝึกอบรม หลักสูตรคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน


บทความโดย คุณธีรพงศ์ บ้านกล้วย สำนัก SHE CPF

Previous Page | Next Page


Currently, there are no comments. Be the first to post one!

You must be logged in to post a comment. You can login here

สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (จำกัด) มหาชน