Saturday, November 01, 2014
/ Login 
You are here : article
 

Current Articles | Categories | Search | Syndication

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

            

                    ในทางปฏิบัติโรงงานหรือสถานประกอบการจำนวนมาก ยังไม่สามารถจัดสภาพการทำงานให้ปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานได้ ซึ่งมีข้อจำกัดหรือความจำเป็นหลายประการ เช่น เป็นโรงงานที่สร้างมานานยังใช้เครื่องจักรและขบวนการผลิตแบบเก่าอยู่ โรงงานที่ทุนต่ำไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรใหม่ที่ทันสมัยและมีความปลอดภัยสูงกว่าได้ เจ้าของโรงงานหรือสถานประกอบการยังไมให้ความสนใจเท่าที่ควรในการปรับปรุงแก้ไขสภาพการทำงาน เพื่อขจัดสาเหตุของอุบัติเหตุออกไป ข้อจำกัดทางด้านการบริหารจัดการที่ไม่สามารถลดระยะเวลาการสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นอันตราย จำพวกฝุ่น ละออง ไอระเหย และก๊าซให้สั้นลงได้ แหล่งกำเนิดเสียงที่มีระดับเสียงดังมากเกินไปไม่สามารถลดลงมาให้อยู่ในระดับที่ยอมให้สัมผัสได้ หรืออาจเป็นสภาพการทำงานที่เสี่ยงต่ออันตรายโดยลักษณะงานอยู่แล้ว จากสภาวะการทำงานและข้อกำหนดต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้ผู้ปฏิบัติงานใช้อย่างปลอดภัย

 ความหมายของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
            "อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล"
หรือ "Personal Protective Equipment" หมายถึง สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่นำมาสวมใส่ลงบนอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายหรือหลายส่วนรวมกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันอวัยวะส่วนนั้นของร่างกาย ไม่ให้ประสบอันตรายจากสิ่งหนึ่งสิ่งใดหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันอันตรายอันเกิดจากสภาพสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้แก่คนงาน

ความสำคัญของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล แบ่งได้เป็น 3 ประการ ดังนี้
            1.เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากอุบัติเหตุขณะทำงาน
            2. ช่วยป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นโดยตรงในสภาพการทำงานนั้น เช่น การทำงานในบริเวณที่มีสารเคมีเป็นพิษ ที่อับอากาศบริเวณที่ขาดออกซิเจนหายใจ การทำงานที่มีเสียงดัง ความร้อนสูง การทำงานบนที่สูง เป็นต้น
            3.
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดความรุนแรงหรือหยุดยั้งอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน

หลักเกณฑ์ในการเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
หลังจากที่ได้มีการประเมินอันตรายและความเสี่ยงเรียบร้อยแล้ว หน่วยงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยจะให้ข้อมูลแก่หัวหน้างานในการเลือกซื้ออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกซื้ออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลดังนี้

1. บริษัทผู้จำหน่าย ต้องเป็นที่ยอมรับและมีความชำนาญในเรื่องอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล สามารถให้คำแนะนำและตอบข้อสงสัยได้

2. มีประสิทธิภาพสูง โดยอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เลือกนี้ต้องมีประสิทธิภาพสูงเพียงพอในการป้องกันอันตรายในระดับสูงสุดของอันตรายที่จะเกิดขึ้น โดยจะต้องผ่านการทดสอบหรือรับรองประสิทธิภาพในการใช้งานเพื่อที่จะสามารถรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงานได้ เช่น ได้รับมาตราฐานผลิตภัณท์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตราฐานแห่งชาติอเมริกัน เป็นต้น

3. เหมาะกับลักษณะงานที่ทำ เมื่อเราได้ข้อมูลจากการประเมินอันตรายและความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติงานแล้วจึงกำหนดได้ว่าแต่ละพื้นที่ควรจะใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลแบบใด

4. ขนาดพอเหมาะกับผู้ใช้ ควรคำนึงถึงขนาดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลว่าเหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานหรือไม่ เพียงใด ซึ่งผู้ใช้แต่ละคนย่อมมีขนาดรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นควรพิจารณาถึงรูปแบบและขนาดให้พอเหมาะเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด

5. ความสะดวกสบาย เป็นปัจจัยที่สำคัญ เพื่อที่ผู้ใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลจะได้มีความคล่องตัว และใส่ได้นานตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงานในแต่ละสภาวะแวดล้อมการทำงาน อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ใช้ก็มีความแตกต่างกันด้วย เช่น เมื่อปฏิบัติงานในสถานที่ที่มีสภาวะแวดล้อมเกี่ยวข้องกับความร้อน ความชื้น หรือสถานที่ทำงานมีพื้นที่จำกัด อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลส่วนที่ใช้กับหู ควรจะเป็นจุกอุดหู จะมีความสะดวกสบายมากกว่าการใช้ที่ครอบหู เนื่องจากการไหลเวียนของอากาศ ที่จำกัดนั่นเอง
6. ง่ายต่อการใช้งาน สามารถเรียนรู้และเข้าใจวิธีการทำงานของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลชนิดนั้นได้ไม่ยาก ถ้าอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลมีวิธีการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก ก็เป็นการง่ายต่อการอบรม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

7. เก็บรักษาง่าย อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ควรจะถูกเก็บในสถานที่ที่เหมาะสม และพร้อมสำหรับการนำไปใช้งาน เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน เช่น แผ่นกรองอากาศ สำหรับเครื่องช่วยหายใจ ควรถูกเก็บรักษาไว้โดยไม่ให้เกิดการกระตุ้นให้ทำงาน หรือปนเปื้อน ก่อนนำไปใช้งาน ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและยืดอายุการใช้งาน ของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลได้ อากาศที่ปนเปื้อน เช่น ฝุ่น ไอสารอินทรีย์ อาจทำให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลลดลง นอกจากนี้ไม่ควรทิ้งอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลไว้ในสถานที่ปฏิบัติงาน เพราะอาจปนเปื้อนกับฝุ่น ตัวทำละลาย หรืออาจถูกแมลงกัดแทะ หรือบางครั้งอาจมีเชื้อโรค จากพาหะนำโรค ต่างๆ เช่น แมลงสาบ แมลงวัน เป็นต้น ดังนั้น ควรเก็บรักษาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลไว้ในสถานที่ที่ เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้จำหน่าย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะระบุไว้ในฉลากที่ติดมากับอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล 

8. บำรุงรักษาง่าย การนำอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลไปใช้ทุกครั้ง ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นต้องมีการตรวจเช็คสภาพก่อนและหลังการใช้ทุกครั้ง เพื่อความมั่นใจในการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่าอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลมีความบกพร่อง ชำรุด เสียหาย ต้องมีการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ในทันที กรณีที่หมดอายุ ก็ต้องเปลี่ยนชุดใหม่ ดังนั้นผู้ที่รับผิดชอบในส่วนนี้ต้องมีการวางแผนในการสำรองอะไหล่ให้เพียงพอเพื่อไม่ให้งานต้องสะดุด และที่สำคัญอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เลือกใช้ควรหาอะไหล่ได้ง่ายด้วย

9. ทำความสะอาดได้ง่าย โดยปกติแล้วผู้จำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล จะมีคู่มือการใช้ การบำรุงรักษา และการทำความสะอาดมาให้ ซึ่งในส่วนของการทำความสะอาดนั้น จะระบุวิธีการทำความสะอาดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ถูกต้อง เช่น ต้องใช้สารเคมีชนิดใดในการทำความสะอาดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลประเภทนั้น ๆ ดังนั้น ผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ควรใส่ใจดูแลการฝึกอบรม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้เข้าใจถึงวิธีการทำความสะอาดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างถูกต้อง และเพื่อความปลอดภัยตลอดจนการยืดอายุในการใช้งานของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

10. ความทนทาน อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เลือกใช้ ควรมีความทนทาน สมเหตุสมผลกับราคา ควรพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย เพราะถ้าซื้ออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลในราคาถูกเกินไป อาจจะมีความทนทานน้อย อายุการใช้งานก็จะสั้น ในที่สุดก็ต้องเสียงบประมาณเพิ่มในการซื้อมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการที่เลือกซื้ออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่มีราคาแพงกว่า ซึ่งจะใช้ได้ในระยะเวลายาวนานกว่า ซึ่งดูเหมือนว่าอาจลงทุนสูงในครั้งแรกแต่ก็คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกันในระยะยาว

ปัจจัยหนึ่งที่ควรคำนึงถึงคือปริมาณของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ควรที่จะมีเพียงพอกับผู้ปฏิบัติงาน อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอาจจะใช้เฉพาะบุคคล หรือหมุนเวียนกันใช้ ดังนั้น ควรจะชี้แจงให้ผู้ปฏิบัติงานที่ใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลว่าไม่ควรทำสัญลักษณ์ใด ๆ ลงบนอุปกรณ์เหล่านี้ เพราะอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลได้ เช่น การที่ใช้ปากกาเมจิก สติกเกอร์หรือวาดรูป แม้กระทั่งแกะสลักลงบนหมวกนิรภัยบางประเภท



ที่มา  www.thailandindustry.com

Previous Page | Next Page


Currently, there are no comments. Be the first to post one!

You must be logged in to post a comment. You can login here

สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (จำกัด) มหาชน